Slideshow

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อมนุษย์ที่เชียงดาว

ลักษณะ  :  รูปร่างประหลาด  ร่างกายสูงใหญ่  ผมยาวรุงรังเป็นกระเซิง  หน้าตาน่าเกียดน่ากลัว  
เรื่องเล่า  
            จากเรื่องเล่าในหนังสือ  "ตามรอยพระอริยเจ้า  หลวงปู่แหวน  สุจิณโณ"  กล่าวไว้ว่า  ปลายปี  พ.ศ.  2470  หลวงปู่แหวนได้ติดตามพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต  ไปจำพรรษาที่ถ้ำเชียงดาว  
            อำเภอ เชียงดาว  จังหวัด  เชียงใหม่  เป็นอำเภอที่มีเทือกเขาอยู่มาก  ร่มรื่นอุดมสมบูรณ์  ไม่โปร่งไม่ทึบจนเกินไป  อากาศถ่ายเทสะดวก  มีถ้ำอยู่มาก  เหมาะสำหรับบำเพ็ญธรรม  แม้แต่พระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต  ยังเคยกล่าวไว้ว่า  "สถานที่ปฏิบัติธรรมทั่วประเทศไทย  เชียงดาวเป็นอันดับหนึ่งโดยเฉพาะถ้ำหลวงเชียงดาว  ซึ้งภายในมีถ้ำซอยอีกหลายแห่ง  เป็นสัปปายะของนักปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรโดยแท้"



            หลวงปู่แหวนก็ได้หาที่สงบบำเพ็ญพรรษา  ท่ามกลางความวิเวกของป่าเชียงดาว  โดยมีการนั่งภาวนาสลับกับการเดินจงกรมเกือบทั้งวันทั้งคืน  ใช้เวลาหลับนอนแต่เพียงน้อยนิดเพื่อให้มีเวลากับการปฏิบัติธรรม  
            วันหนึ่ง...ประมาณ  5  โมงเย็น  ขณะที่หลวงปู่แหวนท่านกำลังเดินจงกลมอยู่  ก็มีเสียงเหมือนกิ่งไม้ใหญ่หักลงกระแทกพื้นลงมา  หลวงปู่หยุดเดิน  หันไปมองต้นกำเนิดของเสียง  สิ่งที่หลวงปู่เห็น  กลับไม่ใช่กิ่งไม้  หากแต่เป็นร่างของอมนุษย์ตนหนึ่ง  รูปร่างประหลาด  ร่างกายสูงใหญ่  ผมยาวรุงรังเป็นกระเซิง  หน้าตาน่าเกียดน่ากลัว  กำลังเอาเท้าเกาะเกี่ยวอยู่บนกิ่งไม้ห้อยหัวลงมาเกือบถึงพื้น  นัยนผืตาคู่นั้นลุกวาวจ้องมองเขม็งมายังหลวงปู่  แต่ท่านหาได้รู้สึกหวาดกลัวอมนุษย์นั้น  ซ้ำกลับคิดเวทนาวิญญาณตนนี้  ที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชใจและคิดว่า  "เขาอยากหลอกหลอนก็ให่เขาทำไป  เพราะใจเราไม่เกี่ยวข้องด้วย"  หลวงปู่ไม่กลัว  ไม่สนใจ  ยังคงเดินจงกรมต่อไป  จิตของท่านสงบนิ่ง  ไม่หันกลับไปมองอมนุษย์นั้นอีก  อมนุษย์นั้นก็หายไป  
            สองสามวันต่อมา  ก็ได้มาปรากฏตัวให้เห็นอีก  แต่หลวงปู่ก็ไม่สนใจ  เดินจงกรมต่อ  หลังจากนั้นจึงมาปรากฏตัวให้เห็นทุกเย็น  แต่ไม่ได้เข้ามาใกล้หลวงปู่  คงแสดงอาการเหมือนเดิมทุกครั้ง  จนวันหนึ่ง  หลวงปู่ก็ได้กำหนดจิตถามอมนุษย์นั้นว่า  "ที่เจ้ามาแสดงตัวเช่นนี้ต้องการอะไร"  หลวงปู่ถามแบบนี้ซ้ำๆอยู่หลายครั้งจนอมนุษย์นั้นตอบว่า  "มาขอส่วนบุญ"  หลวงปู่ก็ได้กำหนดจิตถามต่อว่า  "เมื่อก่อนเจ้าเคยทำกรรมอะไรมา  จึงต้องมาทุกข์ทรมานอยู่ในสภาพเช่นนี้"  อมนุษย์ก็เล่าให้ฟังว่า  เขาเคยเป็นคนที่อยู่อาศัยในอำเภอ  เชียงดาว  นี้  มีอาชีพลักขโมยและปล้นเขากิน  ก่อนไปปล้นก็จะเอาดอกไม้ธูปเทียน  ไปขอพรและขอความคุ้มครองกับพระพุทธรูปองค์หนึ่งในถ้ำ  เขาทำอย่างนี้ทุกครั้งก่อนออกปล้น  แล้วก็ทำให้เขาแคล้วคลาดเสมอมา
            แต่พระก็ไม่ได้เข้าข้างคนชั่ว  วันหนึ่งเมื่อออกไปปล้นเหมือนทุกครั้ง  ก็ได้ไปขอพรพระพุทธรูปก่อน  แล้วจึงออกปล้น  บังเอิญเจ้าของบ้านรู้ตัวก่อนจึงได้เตรียมอาวุธเพื่อต่อสู้  เขาถูกเจ้าของบ้านฟันบาดเจ็บสาหัส  จึงได้หนีเอาตัวรอดมาเข้ามาในถ้ำ  ด้วยความโมโหที่พระพุทธรูปไม่คุ้มครอง  เขาจึงเอาขวานทุบเศรียรพระพุทธรูป  จนคอหัก  และเขาก็ยังคงแค้นใจที่ถูกเจ้าของบ้านฟันจนได้รับบาดเจ็บ  คิดว่าถ้าแผลหายจะหลับไปแก้แค้นเจ้าของบ้านคนนั้น  แต่แผลของเขาสาหัสมาก  เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหว  สิ้นใจในเวลาต่อมา  หลังจากนั้นวิญญาณของเขาจึงได้มาเป็นเปรตทนทุกข์ทรมานอยู่่ในถ้ำเชียงดาวแห่งนี้  อมนุษย์ตนนั้นได้กล่าวอ้อนวอนต่อหลวงปู่ว่า  "ขอความกรุณาจากพระคุณเจ้าโปรดเอ็นดูแผ่เมตตาให้กระผม  เพื่อบรรเทาทุกข์ทรมานที่กำลังได้รับด้วยเถิด"  
            บุพกรรมของเปรตตนนั้น  หนักมากเหลือเกิน  หลวงปู่ได้สำรวมจิตแผ่เมตตาอุทิศบุญกุศลไปให้  หลังจากนั้นมาก็ไม่ปรากฏร่างให้เห็นอีกเลย  แต่จะได้รับบุญกุศลเพียงใดขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง  หลวงปู่บอกว่า  เปรตตนนั้นเป็นเปรตสมันใหม่  เพราะใช้คำแทนตัวเองว่า  "ผม"  แต่่เปรตตนอื่นๆที่หลวงปู่เคยพบเจอมามักจะใช้คำแทนตัวเองว่า  "เรา"  หรือ  "ข้าพเจ้า"  จึงนับว่าเป็นเปรตสมัยใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น